<DarKw!nG>'s profile...My Space ...My MemoryPhotosBlogListsMore Tools Help
แล้วคุณจะพบว่ามิตรภาพไม่มีพรมแดน(ถ้าเน็ตคุณดีพอนะ)

...My Space ...My Memory

ขอเก็บทุก ๆ คน และ ทุก ๆ ความทรงจำ ไว้ที่นี้...(จะพยายามใหม่แล้วกันนะ)
June 23

...เหตุผล

....ผ่านมาหลายวัน...
 
...แต่ทุก ๆ วันก็เหมือน ๆ เดิม....
 
...เหงา...
 
...คิดถึง...
 
 
...อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา...
...สงสัยว่าทำไมต้องเป็นอย่างนั้น...
 
...เลยรู้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตัวเราเลย...
 
....ที่ตั้องเหงา...เพราะมีคน ๆ หนึ่งที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน...
....ที่คิดถึง...เพราะมีคน ๆ หนึ่งที่ต้องอยู่ไกลกัน...
 
...แล้วทำไมต้องเป็น คน ๆ นั้นด้วย...
 
...เธอคนนั้นค่อนข้างขี้อาย...และมักจะให้ความสำคัญกับคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ ๆ...
...บางครั้งดูเธอฝืน...จนเกินไป...พยายามมากเกินไป...เหมือนกับเธอไม่รุจักการพักผ่อน...
...เธอชอบทำอะไรคนเดียว... และคงเป็นเพราะเธอใช้ DTAC...เธอเลยชอบ...เติมความสุขให้ใครต่อใคร...
...อาจจะเป็นเพราะเธออยากจะเข้าใจคนอื่นมาก ๆ...เธอจึงมักจะสงสัยอยู่ตลอดเวลา...
...และผมก็ชอบที่จะตอบคำถามเหล่านั้น...ผมอยากที่จะทำให้เธอเข้าใจ...ถึงแม้จะทำไม่ได้ทุกอย่าง...
...เธอเป็นคนที่ผมอยากให้เธอแบ่งความทุกข์...และให้ผมได้ช่วยอะไรเธอบ้าง...แม้สักนิด...
...ถึงจะทำให้เธอรู้สึกดีไม่ได้ก็อยากทำให้เธอปล่อยวาง...
 
 
...ไม่รู้ว่าพรหมลิขิตมีจริงรึเปล่า...
 
...ไม่รู้ว่าเนื้อคู่ของผมเป็นใคร...
 
...แต่ผมอยากจะเห็นรอยยิ้มและความสุขของเธอ...
 
 
...เหตุผล...ผมมีแค่นี้จริง...
March 31

เมื่อสีฟ้าในยามกลางวันบรรจบกับสีกรมในยามราตรี

...เมื่อทุก ๆ อย่างถูกเขียนลง ณ ที่นี้...
 
หลาย ๆ อย่างจะกลายเป็นเมล็ดแห่งความทรงจำ...
หลาย ๆ สิ่งจะกลายเป็นสายลมแห่งกาลเวลา...
 
...แล้วตัวเราจะกลายเป็นสิ่งใด ?...
 
พอลองมองดูในสิ่งที่ตัวเองทำมาทั้งหมด...
รู้สึกว่ามันไม่ค่อยมีค่าอะไร...
เหมือนกับเทน้ำลงบนทรายที่แห้งผาก...
พอเวลาผ่านไป...มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่รู้ว่า ณ ที่แห่งนี้เราเคยเทน้ำลงไป...
 
หลาย ๆ คนมองว่ามันเป็นการกระทำของคนโง่เขลา...
หลาย ๆ คนคิดว่ามันมากเกินความจำเป็น...
 
แต่เรารู้สึกว่าจุดยืนนี้มันเป็นของเรา...
และรู้สึกว่ามันคือตัวตนของเรา...
คงจะไม่เปลี่ยนแปลง...
 
...แต่ก็ยอมรับว่ามันเกินพอดี...
คงต้องปรับปรุง...แก้ไขให้มันดีขึ้น...
อยากจะดีกว่านี้อีก...
 
ปล.1 ไอทองจะเกณฑ์ทหารในอีกไม่กี่วันแล้ว...ไม่อยากให้มันติดเลยกลัวมันจะไปลำบากเหลือเกืน...
ปล.2 คนที่เรารักมาก ๆ จะไปที่ไกล ๆ แล้ว...แต่มันคงไม่แตกต่างกันเท่าไรในเมื่อตอนที่อยู่ใกล้กันก็ไม่ได้เจอหน้ากันอยู่ดี...
ปล.3 รู้สึกว่าช่วงนี้เราไม่มีความกระตือรือร้นเอาซะเลย...มันเหมือนขาดแรงบรรดาลใจ ทำอะไรก็ไม่ดีเหมือนแต่ก่อน...งานมากจนไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย
March 29

มีแต่เหมือนไม่มี....

....สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการมีความรัก....
 
มีเรื่องมากมายที่ทั้งสงสัยและอยากจะพูดออกไป...
 
แต่มันมากเกินไปจนอธิบายไม่ถูก...
 
เลยได้แต่มองภาพรวม ๆ...
 
ตอนที่เรารักใครไม่ลืมหูลืมตา...
ก็จะเหนว่าทุกสิ่งทุกอย่างดูช่างเป็นใจ...
อะไรที่ไม่ดีก็รู้สึกว่ามันไม่ได้เลวร้ายอะไร...
 
แต่เมื่อเราเริ่มจะรักอย่างรู้คุณค่า...
เราก็เริ่มรู้ว่าความรักไม่ได้เกิดจากคน ๆ เดียว...
เราไม่สามารถสร้างความรักได้ด้วยตัวคนเดียว...
เราจึงไม่สามารถเรียกสิ่งนั้นได้ว่าความรัก...
 
 
สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้ก็คือความรักของตัวเราเอง...
ทั้งที่รู้และเข้าใจคนที่เราคิดว่าเข้าใจทุกอย่าง....
แต่ความรู้สึกไม่ดียังตันอยู่ที่อก...
รู้สึกเวียนหัวอยากอ้วกมาก...
ความรักของเราคงยังไม่เพียงพอ...
ที่จะเห็นคนที่เรารักไปทำอะไรกับใครสองต่อสองถึงแม้ว่าจะไม่ได้คิดอะไรเกินเลยก็ตาม...
 
 
เวลาที่แตกต่างกันไม่ได้แยกเวลาของเราได้...
เพราะเราเป็นคนกลางวัน...
น้องชายเราเป็นคนกลางคืน...
แต่ทุก ๆ เย็น เราได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างกับว่าเราไม่เคยห่างกัน...
แต่กับเธอคนนั้น...
ไม่มีเวลาของเราอยู่ในใจของเธอเลย...
 
 
และเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนควรจดจำ...
คือหัวใจของคนเราไม่เท่ากัน...
หัวใจจึงไม่สามารถแลกด้วยหัวใจได้...
หรือถ้าแลกได้ก็มักจะขาดหรือเกินเสมอ...
แต่หัวใจของผมที่ผมคิดว่าให้ไปหมดแล้ว...
ยังมีค่าไม่เท่าครึ่งหนึ่งของหัวใจเธอ...
 
 
สิ่งที่ได้กลับมามีแต่ความว่างเปล่า...
ความเหงา...
หัวใจที่มีแต่เปลือก...
และตัวเอง....
March 18

เฮ้อ...คิดชื่อไม่ออก...

เมื่อคืนไปเมาเหล้ามากลับมาก็ตีสามฝ่า ๆ...
 
หลาย ๆ อย่าง ละลายไปตอนที่หน้ามันชา ๆ ...
ทั้งความทุกข์...ความอึดอัด...
รู้สึกโลกมัน หมุน ๆ...
 
เพื่อนมันก็ถามตลอดว่าเมารึยัง...
เรา ก็ส่ายหัว ส่ายหัว...
มันก็หัวเราะ...
มันคงคิดว่าตูยังไม่เมา...
แต่ที่ตูส่ายหัวอ่ะ...กรูจะบอกว่าไม่ไหวแล้ว...
 
ตึง ๆ จ๊ะ ตึง ๆ...
เต้นไปตามเสต็ป
ส่ายหัวบอกอาการ...
 
กลับถึงบ้านก็ คร่อก...สลบ...
 
เมื่อไหร่ไอทองมันจะกลับวะ
ตังค์เที่ยวกรูจะหมดแล้วนะเว้ย...
 
เป็นนักร้องไม่ได้ก็ไม่เปนไรนะเมิง...
กลับมาที่หาดใหญ่ก่อนค่อยว่ากัน...งานประกวดเยอะแยะ
March 17

รู้สึกว่าโลกนี้เริ่มจะเป็นสีเทา

...ช่วงนี้เธอคนนั้นไม่ค่อยสบาย...
 
ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าช่วงนี้เธอพูดน้อยลง...
 
ผมรู้สึกไม่ดีเลย...เหมือนกับสีสันบนโลกใบนี้ค่อย ๆ หายไป...
 
ผมอยากให้เธอยิ้ม...อยากให้เธอหัวเราะ...
 
ผมยอมทุกอย่าง...ถึงแม้ว่าคนที่ทำให้เธอหัวเราะจะไม่ใช่ผมก็ตาม...
 
ผมเริ่มยอมรับว่าผมเป็นคนไม่ได้ความคนหนึ่ง...
 
แค่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคนที่ผมบอกว่ารักเค้าสุดหัวใจ...ผมก็ไม่สามารถนำมันมาได้...
 
ผมเริ่มรู้สึกว่าผมไม่เหมาะสมที่จะใช้คำว่ารัก...
 
เมื่อผมไม่สามารถทำให้คน ๆ นั้นรู้สึกอย่างนั้นได้...
 
ผมรู้สึกว่าการมีตัวตนของผม...เริ่มจะทำให้เธอคนนั้นรู้สึกอึดอัด...
 
เพียงเพราะผมรักได้ไม่ถูกวิธีงั้นเหรอ?...
 
เพียงเพราะเราไม่เหมือนกันงั้นเหรอ?...
 
 
ผมรู้สึกไปเองรึเปล่า...ที่ทุก ๆ ครั้งที่ผมชวนเธอไปไหนด้วยกัน...เธอมักจะพูดว่า "อิ่มแล้ว...ขี้เกียจ...ไม่สบาย"---->ทุกคำพูดของเธอคือเรื่องจริงของผม...
ผมรู้สึกไปเองรึเปล่า...ที่ทุก ๆ ครั้งที่เพื่อนเธอออกไปข้างนอก...เธอมักจะไม่ปฏิเสธ...และบอกกับผมว่า "ไม่หนาว...สบายขึ้นแล้ว"---->ทุกคำพูดของเธอคือเรื่องจริงของผม...
 
ถ้าชะตาลิขิตมีจริง...และต้องการจะขีดให้เราสองคนเดินไปคนละทาง...ก็ช่วยหยุดชีวิตของชั้นเมื่อเธอเจอคนที่เข้าใจเธอจริง ๆ ได้มั้ย?...
 
ผมไม่อยาก...อยู่บนโลกนี้...โดยไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวหัวใจเอาไว้...
 
ถึงผมจะไม่คู่ควร...แต่ผมก็ขอบอกว่า...ผมรักเธอ
March 01

ไม่ว่างก็ไม่ต้องคุย...

อารมณ์ไม่ดีมาตั้งกะเมื่อวานแระ...ไม่รุเป็นอะไร...
 
เมื่อวานตอนเช้าก็ยังดี ๆ อยู่...
 
จนกระทั่งตอนเย็น...โทรไปหาเธอคนนั้น... บอกว่าเด๋วเข้าไปวาดรูปที่ห้องหน่อย...อารมณ์ไม่อยากอยู่บ้าน...
 
เพื่อน โตน มันโทรมา...ก็ คุย ๆ สักพัก...แล้วมันก็บอกว่า"เมื่อกี๊เพิ่งโทรไปหาเค้าคนนั้นมา...เห็นว่าอยู่กันเพื่อนที่ห้องอีกสองคน"
ตอนแรกก็เฉย ๆ ไม่คิด 'ราย
 
พอไปถึงก็เจอ...เธอทำงานให้กับเพื่อนคนหนึ่ง...อีกคนกลับไปแล้วไปอ่านหนังสือ...
ก็ยังไม่คิด 'รายอีก...
 
พอนั่งตัด ๆ กระดาษ จาเอามาวาดรูปได้สักพัก...
 
อยู่ ๆ อารมณ์นั้นก็เข้ามา...
 
เพื่อนโทรเข้าพอดี...ชวนไปแทง 'นุ๊ก...
 
เค้าคนนั้นก็เปิดหนังเรื่อง "พยัคฆ์ร้ายศิษย์ส่ายหน้า" พอดี...
 
อารมณ์มันก็ไม่อยากอยู่ห้องนั้นแล้ว...
 
ก็บอกเธอคนนั้นว่าไปก่อนนะ...เพื่อนโทรมาชวนไปแทง 'นุ๊ก...
 
พอแทง 'นุ๊กเสร็จกลับมาก็นั่งวาดรูป...ออนเอ็ม...เธอก็ออนด้วย...
 
วาดไปคุยไป...แล้วก็ถาม...ยังทำงานให้เพื่อนคนนั้นอยู่เหรอ...
 
เธอก็บอก...อืม...
 
อารมณ์เซงก็พลุ่งพล่าน...งานก็ไม่มีอารมณ์จะทำแล้ว...
 
คิดในใจว่า...จะคิดมากทำไม...เลิกคิดได้แล้ว...
 
ร่างกาย...ทำไม่ได้...
 
อาบน้ำขึ้นนอน...อึดอัดทนไม่ไหว...ยิงไปสักที...ให้โทรกลับมาหน่อยดีกว่า...
 
ไม่โทรมา...ไม่เป็นไรนอนดีกว่า...
 
แต่มันอึดอัดทนไม่ไหว...นอนไม่หลับ...ได้แต่บอกตัวเองว่า...รีบนอนซะ...
 
ทนไม่ไหว...โทรหามันเลยแล้วกัน...ตัดสาย...(เด๋วคงโทรกลับ)
 
โทรกลับมา..."นึกว่านอนไปแล้วซะอีก"
 
"นอนไม่หลับ"...
 
"ยังทำงานให้กับเพื่อนคนนั้นอยู่เหรอ"
 
"อืม"
 
"ถ้างั้นรีบ ๆ ทำให้เสร็จแล้วกัน จะได้นอนเยอะ ๆ"
 
"อืม...บ๊ะบาย"
 
กดตัดสาย...เหวี่ยงโทรศัพท์...นึกขึ้นได้มีอยู่เครื่องเดียว...เลยกำไว้ทัน(ไม่หลุดมือ)
 
 
บอกตัวเอง...เลิกคิดได้แล้ว...อย่าคิดได้มั้ย?
 
ไม่เวิร์ค...น้ำตาจะไหล...
 
บอกตัวเอง...นอนซะ...ตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้...แกจะได้ลืมว่าเมื่อวานต้องเสียใจเรื่องอะไร...
 
เอาหน้าอุดไปที่หมอน...หายใจแรง ๆ...หมดแรง...หลับ...
 
ตอนเช้าสดใส...ไม่มีวี่แววอาการเศร้าจากเมื่อคืนสักติ๊ด...
 
ไปทำงาน...(สาย)...ทำงาน ๆ ๆ ๆ ...พักเที่ยง...โทรหาเพื่อน...บอกเพื่อนว่าขอส่งงานสายหน่อยนะ...คืนนี้แล้วกัน...
 
กลับมากินข้าวที่บ้าน...นั่งจ้องโทรศัพท์อยู่ชม.กว่า ๆ ...
 
บอกตัวเองว่า...อย่าโทรไปเชียวนะ...เมื่อคืนเธอคนนั้นต้องนอนดึกแน่ ๆ...
 
ไปทำงาน(สาย)...ทำงาน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ....
 
พอเหนื่อยจนแรงเริ่มหมด ร่างกายอ่อนล้า...ความรู้สึกนั้นก็เข้ามาอีก...
 
อารมณ์เซงขึ้นเรื่อย ๆ ...ชวนเพื่อนแทง 'นุ๊กดีกว่า...
 
แทง ๆ ๆ ๆ ...ไม่มีอารมณ์จะแทง...คะแนนก็ออกมาตามระดับอารมณ์...แพ้ตลอด...
 
หิวข้าวแระ...ไปซื้อข้าวกลับมากิน..ชักโทรศัพท์ออกมา...ชิหาย! แบตหมด....
 
เสียบแบตก่อนแล้วกัน...มิสคอลสามสาย(เวงกำ)...กินข้าว...กระวนกระวาย...
 
โทรเรยดีมะนะ...แย่ล่ะงานก็ยังไม่ทำ...แต่จะทำอารมณ์ก็ไม่มี...ช่างมัน...ค่อยโทรทีเดียวเลยแล้วกัน...
 
 
ปั่น ๆ ๆ ๆ ๆ ...งาน...ออกมาไม่น่าพอใจสักเท่าไร(เรียกว่าไม่น่าพอใจเรยจะดีกว่า)...เอาเหอะโหมะสำหรับเราแต่ก็สวยสำหรับคนอื่น...
 
ไปขอโทษเพื่อน...บอกว่าไม่ได้วาดนานแระเรยวาดไม่ค่อยดีเท่าไร...
 
เพื่อนก็บอกว่าไม่เปนไร...แค่นี้ก็สวยมากแล้ว...ขอบใจว่ะเพื่อน...
 
เธอคนนั้นก็โทรมาพอดี..."อยู่บ้านแล้วเหรอ..."
 
"ป่าว"
 
"ส่งงานเหรอ"(จำได้ด้วย..>[]<)
 
"อืม...อยู่บ้านเพื่อน"
 
"อืมส่งงานเพื่อนก่อนแล้วกัน"
 
"แค่นี้นะ..."
 
ง่า...ได้คุยแค่นี้เองอ่ะ...แย่ชะมัด...ยังทำงานให้เพื่อนอยู่รึเปล่านะ...
 
กลับมาบ้าน...ออนเอ็มอย่างรีบ...
 
>>ชื่อเธอขึ้นว่า...(ไม่ว่างจะคุยกะใครทั้งนั้น)...
 
o_o
 
จะร้องแล้วนะ...
 
แต่ก่อนอยากดูเรื่องพยัคฆ์ร้ายศิษย์ส่ายหน้ามาก...
แต่ตอนนี้ไม่อยากดูที่สุดเลยอ่ะ...
 
ไม่ได้ระบายกับใครเลย...อึดอัดจนทนไม่ไหวแล้วอ่ะ....
ก็รู้ว่าเธอไม่ชอบคนที่หึงอะไรไร้สาระ...
บอกว่าเป็นเพื่อนก็เป็นแค่เพื่อน...
แต่ใจมันอดคิดไม่ได้ว่าก็เพื่อนมันหล่ออ่ะ...
อารมณ์เซง ๆ ที่ว่านี่ก็ทั้งหึงทั้งคิดมาก...
แค่คิดว่า...ตัดใจให้เธอไปใช้เวลาอยู่กับเพื่อนทั้งหมดเรยดีมะนะ...ก็จะร้อง...
 
 
...โอ๊ะ...ร้องแล้ว...
 
 
เขียนเสปซเสร็จก็คงไม่กล้ายิงหรือโทรไปแล้วล่ะ...
 
แค่คิดก็ปวดหัวตึ๊บ ๆ บอกไม่ถูก...
 
 
คืนนี้จะนอนหลับไม่นะ...อยากจะหลับแล้วไม่ตื่นจัง...
February 25

บางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น...แต่รู้สึก

                                    เคยคิดว่า...
 
สิ่งที่เราได้จากเธอนั้นเพียงพอแล้ว
รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าคน ๆ นั้น
ความสุขที่เราได้รับหลังจากเธอได้รับ
ทุก ๆ อย่างมันช่างคุ้มค่าที่เราได้ให้
ทุก ๆ สิ่งทำให้เรามีความสุขถึงเราจะไม่ใช่เจ้าของ
 
                                               แต่แล้ววันหนึ่ง...
 
เราก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง
รอยยิ้มของเธอที่มอบให้คนอื่น ๆ
ค่อย ๆ มีเราอยู่ในรอยยิ้มนั้น
ความสำคัญเริ่มเพิ่มขึ้น...มากกว่าเพื่อน...
เริ่มรู้สึกว่าความสุขที่ผ่านมาไม่อาจเทียบได้
เสียงหัวเราะที่มีคำว่าเราช่างเป็นเพลงที่ไพเราะ...
 
ถึงแม้เธอจะยังมองไม่เห็นตัวชั้น
และยังไม่มั่นใจว่าเราสองคนจะเป็นอย่างไร
แต่วันนี้ชั้นยิ้มได้เพราะมีรอยยิ้มของเธออยู่เคียงข้าง
ชั้นหัวเราะได้เพราะมีเสียงหัวเราะเธอเป็นแรงผลักดัน
 
ความรักมีแต่ชั้นที่รู้สึก
ความสุขของชั้นคือเธอ
ความอบอุ่นจะรออยู่ข้าง ๆ เราสองคนน
January 21

จึงรู้...จึงเห็น...จึงเป็น...

Dear My Friends...
 
 
 
หลาย ๆ คนบอกว่า... การรักใครสักคนที่เค้าไม่รักเรา ....เป็นการกระทำของคนโง่
เพราะ มันเป็นความพยายามที่ไม่ได้อะไรตอบแทนนอกจากความเจ็บปวด
...และความเหงาที่มีมากกว่าตอนที่อยู่คนเดียว
 
...แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าคนโง่เหล่านั้นไม่มีความสุข
ในเมื่อคุณสังเกตุแค่ตอนที่เค้าเสียใจเท่านั้น...
 
ในฐานะที่ผมก็เป็นคนโง่หนึ่งคน...
ผมขอบอกว่าการรักใครข้างเดียว...ก็ทำให้ตัวผมมีความสุขได้
เพราะความพยายามโง่ ๆ ของผม ได้ทำให้ผู้หญิงที่ผมรักมีความสุข
 
ทุก ๆ รอยยิ้ม ทุก ๆ เสียงหัวเราะ
มันทำให้ผมรู้สึกว่าการกระทำนั้นดูมีค่า...
 
แต่ผมก็ต้องยอมรับว่าทุกครั้งที่มองเห็นความจริง
ที่ว่าผมยังยืนอยู่ที่เดิมคนเดียว...
ทำให้ตัวผมเศร้าและท้อแท้...
 
ทำให้ทุก ๆ คนรู้สึกว่าผมดูไม่น่าเข้าหา...
ไม่น่าคุยด้วย....และอยากให้ผมกลับไปเป็นอย่างเดิม
 
ทุก ๆ คำปลอบใจของเพื่อน ๆ
ทุก ๆ คำต่อว่าเกี่ยวกับนิสัยของผม...
ทำให้ผมมีกำลังใจและลืมความเศร้านั้นทิ้งไปได้...
 
สุดท้ายนี้... ขอให้ทุก ๆ คนอย่าเพิ่งเบื่อ และเดินไปจากผม...
เพราะถ้าผมไม่มีพวกคุณ ผมก็จะไม่เหลืออะไรจริง ๆ...
 
 
 
Love.... Your Friend
December 11

นิทานก่อนนอน2

กว่าที่จะทันได้คิดโลกก็หมุนครบรอบตัวเองไปอีกแล้ว.....
 
หลาย ๆ คนอาจจะสงสัย ว่าทำไม...
เวลา ถึงเดินไม่เคยหยุดหย่อน
และทำไมฝนถึงชอบตกในตอนที่เราไม่มีใคร....
ทำไมกลางคืนต้องผ่านเข้ามาในเวลาที่เราเราเจ็บปวด...
 
มันมีเหตุผลอธิบายง่าย ๆ อยู่....จะเล่าให้ฟัง...
 
มีผุ้หญิงคนหนึ่ง.... เธอทั้งเศร้าและเจ็บปวด วันนี้เธอไม่เหลือใครอีกแล้ว....
 
เธอจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะให้ลืมความเจ็บอันนี้...
เธอตามหาสิ่งที่เรียกว่าความสุข...
จนไปพบกับ ค้างคาวตัวนึง.... เธอกลัวและไม่อยากเข้าใกล้ แต่ค้างคาวก็ทักเธอ....
 
"ผู้หญิงตัวน้อย ๆ เจ้ากระวนกระวายรีบร้อนจะไปไหนหรือ?"
 
ผู้หญิงคนนั้นเงียบสักพักแล้วจึงตอบไปอย่างกลัว ๆ
 
"เรากำลังเดินทางตามหาสิ่งที่เรียกว่าความสุขอยู่หากหามันไม่พบเราคงจะทรมานเช่นนี้ไปตลอด"
 
"อ่า.... สิ่งหวานละมุน และหอมกรุ่น สิ่งนั้นหามิได้ง่าย ๆ เรย" ค้างคาวพูดต่อ...
 
ผู้หญิงทั้งกลัวและหวาดหวั่นแต่เธอก็อยากรู้ว่าสิ่งที่เธอค้นหานั้นอยู่ที่ใด เธอจึงถามเจ้าค้างคาวตัวนั้น
 
"ท่านรู้บ้างรึเปล่าว่ามันอยู่ที่ไหน..."
 
"รู้....ข้ารู้...."
 
เด็กหญิงเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาในทันใด เมื่อคำตอบที่ตามหากำลังจะถูกเปิดเผย...
 
ไม่ทันที่เธอจะทำอะไร เจ้าค้างคาวก็บินโฉบลงมา แล้วกัดต้นคอของเธออย่างแรง...
 
"ฉึก"
 
"โอ๊ย!! เจ้าค้างคาว เจ้าทำอะไรน่ะ"
 
ไม่ทันสิ้นเสียงเธอก็ล้มลง และสลบไป.....
 
 
ผ่านไปไม่นานเธอก็ฟื้นขึ้นมา...
เด็กหญิงรู้สึกปวดหัวและเวียนหัวมาก...เธอจึงนึกขึ้นได้ว่าเธอโดนค้างคาวดูดเลือดของเธอไป
เธอไม่รู้ว่าเธอถูกดูดเลือดไปเท่าไร แต่เธอไม่มีแรงมากพอที่จะยืน
 
เธอจึงคลานไปตามพื้น... เรื่อย ๆ จนไปเจอนกฮูกตัวหนึ่ง
 
"เจ้าเป็นอะไรถึงได้ คลานกับพื้นอย่างนั้น"
 
แต่เธอเพิ่งได้บทเรียนจากค้างคาวมา เธอจึงไม่กล้าพูดกับนกฮูกตัวนั้น
 
"ดูเหมือนเจ้าคงจะเจ็บปวดมากนะ... แต่ข้าก็ช่วยอะไรเจ้าไม่ได้มากหรอก... ดูที่คอของข้าสิ มันหมุนได้รอบเรยนะ... "
 
พอพูดจบเจ้านกฮูกก็หันหัวเป็นวงกลมให้ดู
 
เด็กผู้หญิงตกใจแต่ก็ไม่มีแรงที่จะกรีดร้อง
 
"อืมเมื่อข้าหมุนคอ โลกนี้ก็จะหมุนรอบตัวเอง ทำให้ เวลาเดินไปเรื่อย ๆ ถึงมันจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ อาการเจ็บของเธอจะทุเลาลงทุกครั้งที่เวลาผ่านไป..."
 
หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็รู้สึกดี เพราะว่าเวลาจะทำให้เธอเจ็บปวดน้อยลงทุกวัน ถึงมันจะไม่หายไปแต่ก็คงจะดีขึ้นทุกวัน
 
เธอรู้สึกโล่งอกและก็เหนื่อยเหลือเกิน จึงนอนหลับไป
 
หลังจากนั้นไม่นานเธอก็รู้สึกเย็นที่แก้ม
เธอตื่นขึ้นมาเจอหมีขาวตัวหนึ่งกำลังใช้น้ำค้างหยดลงบนแก้มของเธอ
 
"ท่าน....ทำอะไรน่ะ"
 
"ข้าหรือ....นี่เป็นสัญลักษณื ของการเป็นเพื่อน ของเผ่าเรา"
 
"เพื่อน ? ท่านพูดถึงอะไร...."
 
"เจ้าให้เลือดแก่ค้างคาวตัวนึงใช่รึเปล่า ค้างคาวตัวนั้นไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เกิดแล้วล่ะ เพราะเค้าเป็นค้างคาวตัวแรก เค้าจึงไม่รู้ว่าจะกินอะไรดี...แต่เป็นเพราะเจ้า เจ้าทำให้เค้าได้รู้ว่าเค้าเกิดมาเพื่อกินอะไร"
 
หมีขาวพูดแล้วก็ดีใจยกใหญ่...
 
"แล้ว.... แล้วมันกินเกี่ยวอะไรกันล่ะ"
 
"ค้างคาวตัวนั้นเป็นเพื่อนของชั้นเอง และเค้าก็ได้รับน้ำค้างจากเราแล้ว เราซึ้งใจในน้ำใจของเจ้า เจ้าได้ทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากเรยนะ.... แล้วเจ้ามีเพื่อนรึเปล่า?"
 
"เพื่อน... เราไม่มีหรอก... "
 
"หา...จริงง่ะ....เจ้าอยู่โดยไม่มีเพื่อนไม่ได้นะ.... เจ้าจะเหงา และเจ็บปวด.... ชั้นต้องรีบกลับเผ่าแล้วล่ะ เพื่อน ๆ ชั้นรออยู่ ชั้นก็อยากอยู่เปนเพื่อนเธอเหมือนกันนะ แต่ต้องรีบไป เอาเป็นว่าเวลาที่เจ้าเหงา ฝนจะตกลงมา เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของเผ่าเรา ที่หมายถึง"การไม่ได้อยู่คนเดียว" ชั้นไปล่ะ แล้วไว้พบกัน"
 
หมีขาวพูดจบแล้วก็จากไป...
 
เด็กหญิงดีใจมากเพราะว่าเธอมีเพื่อนแล้ว อีกทั่งท้องฟ้ายังสดใจ.... เธอรู้สึกได้จริง ๆ ว่า เมื่อเวลาผ่านไป ความเจ็บก็ค่อย ๆ เลือนหายไปจริง ๆ.....
 
"อ่า.... เด็กสาว ทีเคยให้เลือดแก่เรา...."
เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นมา
 
"เจ้าค้างคาว?"
 
"ใช่แล้ว.... วันนี้เจ้าได้พบความสุขหรือยัง"
 
"อา...ความสุข การหัวเราะ ความร่าเริง เราได้พบแล้ว"
 
"ดีใจด้วยนะ.... การได้พบความสุข เจ้าต้องทำให้ความทุกข์นั้นเลือนหายไปก่อน... แล้วความสุขก็จะผ่านเข้ามา.... การจะทำให้ความทุกข์หายไปได้นั้น ต้องใช้เวลา และความห่วงใยจากเพื่อน ๆ.... และเมื่อเจ้าเหนื่อยและเจ็บปวด จนเดินไม่ไหวเจ้า ก็ต้องพักผ่อน... วันนี้เจ้าผ่านอะไรมาเยอะแล้ว....พรุ่งนี้เจ้าก็จะตื่นขึ้นมาเพื่อทำเรื่องใหม่ ๆ  อีก ข้าจะกระพือปีกเพื่อดับแสงของตะวัน เจ้าจะได้พักผ่อนพร้อมกับมีพลังที่จะสู้กับวันใหม่..."
 
...................................................................................................
 
 
เป็นนิทานก่อนนอนอีกเรื่องที่แต่งขึ้นมามั่ว ๆ เน้นสภาพจิตใจ.... อ่านไม่รู้เรื่องก็อย่าว่ากันเน่อ......ไว้มีเวลาจะแต่งเรื่องที่ดีกว่านี้นะครับ
October 16

หายไปเฉย ๆ แล้วก็ไม่โพสอารายเรย

กลับมาอีกครั้งแต่ก็ไม่รุจะเขียนอารายดี....
 
มาอัพเดทชีวิตประจำวันสักหน่อยแล้วกัน....
 
**ช่วงนี้ว่างเกินไปหน่อย ยายเรยไปติดต่อ เพื่อน ให้หางานให้หน่อย แล้วแกก็บอกว่าจะให้ไปทำงานที่บริษัทออกแบบสิ่งพิมพ์ที่ภูเก็ต... ถ้าจับพลัดจับผลูไปอยู่ภูเก็ตแล้วจะมาโพสอีกที....
 
**ช่วงนี้ค่อนข้างเหงา เพื่อน ๆ ที่รุจักมาชวนออกไปข้างนอกบ้างดิ... ขอโทษที่แต่ก่อนชวนแล้วไม่ค่อยจะออก... ตอนนี้รู้แล้วว่าการอยู่บ้านมันเหงา...
 
คิดถึงทุกคนนะ ^-^
 
 
Photo 1 of 5

Montree Prayultanes

Occupation
Location
Interests
My Birth day : 22/12/1984